เยอรมนี ต่ำกว่าเกณฑ์! เมื่ออินทรีเหล็ก กลายเป็นเพียงตำนาน

เยอรมนี พบกับความล้มเหลว ตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกฟุตบอลโลก 2018

ก่อนจะพูดถึงกับความล้มเหลวนี้ เราจะงัดประวัติของทีมชาติเยอรมันในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านๆมาเสียก่อนครับ

  • 1934 ได้อันดับที่ 3 ฟุตบอลโลก
  • 1954 ได้แชมป์โลกครั้งแรก มีกัปตันชื่อ ฟริทซ์ วอลเตอร์
  • 1966 ได้เป็นทีมคู่ชิงของทีมชาติอังกฤษในสนามเวมบลีย์ แต่นัดนี้มีประตูปัญหาที่ยัง ถกเถียงกันได้ไม่เลิกในกรณีการยิงประตูของเจฟฟ์ เฮิรทส์ ที่ยิงไปชนคานและกระเด็งลงพื้น ภาพจากวิดีโอบันทึกไว้ดูเหมือนไม่เข้า แต่ผู้ตัดสินให้เข้าประตู
  • 1970 ได้ลำดับที่ 3 แมทช์รอบรองกับอิตาลีก็น่าจะถือว่าเป็นแมทช์คลาสสิคถึงแม้ว่าจะพ่าย ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ ไหปลาร้าหักแต่ยังพันแขนลงไปเตะต่อ แต่ก็ยังแก้หน้าได้คือ แมทช์ชิงที่ 3 ที่ชนะอุรุกวัย
  • 1974 ได้แชมป์โลกอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในการเป็นเจ้าภาพ
  • 1978 ไปป้องกันแชมป์โลกด้วยทีมที่ไม่ยิ่งใหญ่นัก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทีมไปมาก มีดาวเด่นโผล่ขึ้นมาคือ คาร์ล ไฮซ์ รุมเมนิกเก้ ผ่านรอบแรกไปได้ จำได้ว่าถล่ม เม็กซิโกไป 6 – 0 แต่สมัยนั้น การแข่งขันยังมีแค่ 16 ทีม แบ่งเป็น 4 สาย เอา ที่ 1 และ ที่ 2 เข้ารอบ8 ทีมไป แบ่งเป็น 2 สาย เสมอกับฮอลแลนต์ 2 – 2 เสมอ อิตาลี 0 – 0 แบบน่าแพ้ และมาแพ้พลิกล็อกต่อ ออสเตรีย ทีมลูกไล่ไป 2 – 3 ทำให้ไม่ได้เข้าชิงที่ 3 เฮลมุท โชล กุนซือแชมป์โลกก็เปิดหมวกอำลาหลังพาทีมตกรอบ 8 ทีม
  • 1982 ได้รองแชมป์โลก แพ้ อิตาลี 1-3 ที่มีเปาโล รอสซี่ ยิงไงก็เข้าออกมาจากคุกมาเป็นดาวซัลโว
  • 1986 ด้รองแชมป์โลก พ่ายต่อ อาร์เจนฯ 2-3 ในยุคหัตถ์พระเจ้าของ ดิเอโก้ มาราโดน่า
  • 1990 เยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก ได้รวมใช้ทีมชาติร่วมกันเป็นครั้งแรก หลังศึกฟุตบอลโลกที่อิตาลี และได้แชมป์โลก ชนะ อาร์เจนติน่า 1-0 และเป็นการคุมทีมครั้งสุดท้ายของเบคเค่นบาวเออร์ก่อนส่งหน้าที่ต่อให้โค้ชตัวจริง แบร์ตี้ โฟ้กส์ ซึ่งเป็นมือขวาเขาเองด้วย
  • 1994 ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกในชื่อเยอรมนีและในฐานะแชมป์เก่า โดยได้รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2002 ได้รองแชมป์โลก โดยแพ้ให้กับบราซิลไป 0-2
  • 2006 ได้อันดับที่ 3 ฟุตบอลโลก ในการเป็นเจ้าภาพ
  • 2014 ได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 ที่บราซิล โดยถือเป็นทีมแรกจากทวีปยุโรปที่ได้แชมป์โลกในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นครั้งแรกหลังจากที่เยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออกได้รวมชาติกันแล้วเป็นแชมป์โลกในชื่อเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นทีมที่ทำสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นมากมายในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย

นี่คือผลงานบอลโลกของทีมชาติเยอรมนี ที่เห็นได้ว่าทีมชาติเยอรมนียังไม่เคยตกรอบแบ่งกลุ่ม (32ทีม) เลยแม้แต่ครั้งเดียว และนี่คงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับการมาแบบ “ต่ำกว่าเกณฑ์” ของเยอรมนีในครั้งนี้

ขุมกำลังนักเตะของเยอรมนี ในศึกบอลโลก 2018 ครั้งนี้ ถือว่าจัดเต็มไปแพ้ครั้งก่อนๆ

ผู้รักษาประตู : 1 – มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค) , 22 – มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเกน (บาร์เซโลนา) , 12 – เควิน ทรัปป์ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)

กองหลัง : 17 – เยโรม บัวเต็ง (บาเยิร์น มิวนิค) , 4 – มัตธิอัส กินเตอร์ (โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค) , 3 – โยนาส เฮ็คเตอร์ (โคโลญจน์) , 5 – มัตส์ ฮุมเมิลส์ (บาเยิร์น มิวนิค) , 18 – โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค) , 2 – มาร์วิน แพลตเทนฮาร์ดต์ (แฮร์ธา เบอร์ลิน) , 16 – อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (เชลซี) , 15 – นิคลาส ซูเล (บาเยิร์น มิวนิค)

กองกลาง : 20 – ยูเลียน บรันด์ท (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน) , 7 – ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) , 14 – เลออน โกเร็ทซ์กา (ชาลเก 04) , 21 – อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี) , 6 – ซามี เคดิรา (ยูเวนตุส) , 8 – โทนี โครส (เรอัล มาดริด) , 10 – เมซุส โอซิล (อาร์เซนอล) , 19 – เซบาสเตียน รูดี (บาเยิร์น มิวนิค)

กองหน้า : 23 – มาริโอ โกเมซ (สตุตการ์ต) , 13 – โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) , 11 – มาร์โก รอยส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) , 9 – ติโม แวร์เนอร์ (อาร์เบ ไลป์ซิก)

จะเห็นได้ว่า ผู้รักษาประตูก็โดดเด่น  กองหลังก็แน่นหนา  กองกลางที่สามารถเก็บบอลได้เป็นอย่างดี  และกองหน้าที่ไม่ต้องพูดถึงความโดดเด่นในเกมกับสโมสร รวมถึงดาวเตะตัวใหม่อย่าง โทนี่ โครสส  ที่เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก

ผลงานทั้งหมดในรอบแบ่งกลุ่ม ดังนี้

บอลโลก 2018

นัดแรก พบกับเม็กซิโก ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนคงคิดว่า เยอรมนี จะเก็บ 3 แต้มไปได้อย่างสบายๆ เพราะจากประวัติศาสตร์แล้ว เยอรมนี ไม่เคยแพ้เม็กซิโกเลย แต่ทว่า ผลกับไม่เป็นอย่างที่คาดคิด

เมื่อ เยอรมนี แพ้ให้กับ เม็กซิโก 0-1 โดย อีร์บิง โลซาโน ทำให้เยอรมันีพลาดการเก็บ 3 คะแนนในนัดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถถึงยังไงก็ยังมีอีก 2 นัดให้ลุ้น ถ้าเยอรมันีเก็บ 3 คะแนนจาก 2 นัดที่เหลือได้ จะทำให้เยอรมันีมี 6 คะแนน ซึ่งก็เพียงพอต่อการเข้ารอบต่อไป

ฟุตบอลโลก 2018

ในนัดที่ 2 เยอรมนี สามารถเก็บ 3 คะแนนได้ จากการเอาชนะสวีเดนไปได้ 2-1 แต่ก็ยังมีดราม่าให้ชวนคิด เพราะประตูชัยนั้นได้มาจากนาทีทดเวลาบาดเจ็บ นั่นแสดงให้เห็นว่า เยอรมนียังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างขาดลอย หรือสบายใจได้เลยสักนัด

ฟุตบอลโลก 2018

ในนัดที่ 3 เป็นโอกาสที่ดีในการเก็บ 3 คะแนนอีกครั้ง เมื่อเยอรมนีต้องพบกับ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นทีมจากเอเซีย ในประวัติศาสตร์ เยอรมนีเคยแพ้ให้กับทีมเอเซียเพียงแค่ครั้งเดียวจากการดวลจุดโทษ และดูจากขุมกำลังนักเตะแล้ว มีทางเป็นไปได้น้อยมากที่เยอรมนีจะไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนได้จากนัดนี้  แต่ก็เหมือนโชคชะตาไม่เข้าใจ เยอรมนี แพ้ให้กับ เกาหลีใต้ ถึง 0-2 แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าระบบทีมได้รวนตั้งแต่โดนลูกแรกเข้าให้ ทำให้ผู้รักษาประตูอย่าง นอยเออร์ ต้องออกโรงมาเป็นผู้เล่นคนที่ 11 และก็เสียประตูที่ 2 ตอกย้ำการตกรอบเข้าไปอีก

หลังจากเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แฟนบอลทุกคนต่างผิดหวัง รวมไปถึงแฟนบอลประเทศอื่นที่จับตามองทีมชาติเยอรมนี คงรู้สึกแปลกใจไม่ต่างกันว่า ทำไม? เยอรมนี ในครั้งนี้ถึงเล่นได้ต่ำกว่าเกณฑ์ กว่าครั้งก่อนๆที่ผ่านมา

จากการติดตามเชียร์และติดตามดูถ่ายทอดสดในแต่ละนัด ส่วนตัวผมคิดว่า ระบบของเยอรมนี ในชุดนี้ ยังเล่นไม่เข้าขากันเท่าที่ควร ในบางจังหวะก็เล่นเหมือนตัวใครตัวมัน ไม่รู้ว่าอ่อนซ้อมกันรึเปล่า เพราะดูจากตัวนักเตะแล้วไม่คาดคิดว่าจะไม่สามารถเล่นด้วยกันได้เลย  การเจาะกองหลัง การเพรซซิ่งทะลุช่อง ก็ยังทำได้ไม่ดี ยังหาช่องได้ไม่มาก อ่านเกมไม่ทะลุ ทำให้โอกาสทำประตูนั้นมีน้อยกว่าที่ผ่านๆมา

สรุปแล้ว ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ อินทรีเหล็กจากเต็ง 1 สูการกลายเป็นตำนานไว้เล่าขานให้ลูกๆหลานได้ฟังว่า

“คร้้งหนึ่งแม้จะเคยยิ่งใหญ่อยู่สูงสักเพียงใด  สักวันหนึ่งอาจจะล้มลงมาสู่จุดต่ำสุดได้เช่นกัน”

ดินสอทู่

 

ลิงค์ที่น่าสนใจ

Copyright © 2016 - 2019 Power By : tdedballsod.com All Rights Reserved.