ไม่ใส แต่ก็ไม่ขุ่น เส้นทางลุ้นป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ ของกว่างโซ้งมหาภัย

ไม่ใส แต่ก็ไม่ขุ่น เส้นทางลุ้นป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ ของกว่างโซ้งมหาภัย

 

รอบ 64 ทีมสุดท้าย

โอ้ว!!! โคราช !!! ต้นเสียงจากเหล่าสาวกกว่างโซ้งมหาภัย ที่ต้องบอกว่า หลังจบเกมแล้วต้องเป่าปากกันถ้วนหน้า เมื่อสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดแชมป์เก่า ต้องจั่วไพ่ใบแรกพบกับทีมในลีกระดับเดียวกัน และเป็นทีมฟอร์มแรงหัวตารางไทยลีก ณ ขณะนั้น แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด หลังจากทดเวลา ในเกมวันที่ 27 มิถุนายน 2561 แล้ว ก็สุขใจกันไปกับประตูชัยของกัปตันวิคเตอร์ กับด่านแรกที่หินมากเลยทีเดียวของกว่างโซ้งมหาภัย

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

ค่อยยังชั่ว ได้เล่นในบ้าน!!! แต่กับแอร์ฟอร์ซในเลกแรก มันก็ทำให้หลายๆ คน กล้าที่จะพูดได้ว่า มองรอบต่อไปได้เลย จากผลการจับสลากประกบคู่ในรอบนี้
แต่…แอร์ฟอร์ซในเลกหลังของฤดูกาลมันไม่เหมือนเดิม ทีมที่มีท่าทีจะโบกมือลาลีกสูงสุดในเลกแรกแบบที่ใครๆ มองแล้วก็คงจะไม่ฟื้นแล้วแหละ กลับมีชีวิตชีวาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเลกที่สอง และผลงานต่างกับเลกแรกราวฟ้ากับดิน นี่แหละที่ทำให้ผู้บริหารและทีมงานสต๊าฟโค้ชรู้อยู่แก่ใจว่าต้องไม่ประมาท และสุดท้ายผลก็ออกมาอย่างที่เห็นคือ เปิดบ้านชนะไปได้ 2-0 กับทีมฟอร์มแรงในเลกสองอย่างแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี และเชียงรายยังได้ไปต่อ

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เอื้ออออ!!! ไวแท้ รีบมาเจอกันทำไมกันนะกิเลน? หนักใจกันทุกคนแน่นอน กับผลจับสลากในรอบนี้ แต่ด้วยความได้เปรียบของการเล่นในสิงห์ สเตเดียมแล้ว สิ่งเดียวที่พูดกันได้คือ “บ้านเรา กลัวไร” เมื่อถึงเวลาเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ต่อกรในรอบรองชนะเลิศเมื่อปีที่แล้วอย่างเมืองทอง ต้องบอกว่า มันเป็นวันที่ โค-ตะ-ระ ดราม่าเลยทีเดียว บรรยากาศมันช่างเหมือนนัดชิงอะไรปานนั้น เมื่ออารมณ์ในเกมมันทำให้เลือดกว่างโซ้งมหาภัยของทุกคนเดือดพล่าน จนไม่อยากจะพลาดชมเกมนี้ไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว นักเตะก็สู้กันแบบถวายหัว เมื่อผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองและชูใบแดงบอกให้ชินภัทร ลีเอาะไปนั่งดูเพื่อนเล่นอยู่ข้างสนามแทน ในช่วงต้นครึ่งหลัง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แบกตัว 10 ต่อ 11 คนในสนาม จนครบ 120 นาที
และต้องชี้ชะตากันด้วยการดวลลูกจุดโทษ ซึ่ง มันมีคำว่า 100% พ่วงท้ายในการดวลจุดโทษในยุคการคุมทีมของอเล็กซานเดร กาม่า มาด้วย นี่สิ ทำให้ทุกคนมั่นใจพอสมควรว่า “ผ่านแน่” แต่ในสถานการณ์จริงแล้วมันเสียปรียบจากการพลาดก่อนของกัปตันวิคเตอร์ แต่เรากลับมาได้จาก  1 ซุปเปอร์เซฟของซุปเปอร์บอย ที่ปฏิเสธลูกยิงของพีรพัฒน์ โน้ตชัยยา และเจ้าหนูเจนรบสั่งปิดเกมด้วยการยิงข้ามคานไปในลูกสุดท้าย “บ๊ายบาย เอฟเอ คัพ”
“จุดโทษเด็ดไม่เด็ด ถามเมืองทองดู” กว่างโซ้งมหาภัยปักป้ายหยุดกิเลนผยองไว้ได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
และนั่นก็ทำให้กว่างโซ้งมหาภัยในยุคกาม่า รักษาสถิติจากชัยชนะในการดวลจุดโทษ ได้ 100% ต่อไป และได้ไปต่อในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ม้ามืด !!! เมื่อกว่างโซ้งมหาภัยต้อง เดินทางไกลถึง 1,900 กว่ากิโลเมตร เพื่อไปเยือนม้ามืดฟอร์มดุอย่างนรา ยูไนเต็ด ที่ระดับของลีกไม่มีผลกับการเล่นในบ้านของพวกเขา ซึ่งจับสลากได้เล่นในบ้านได้ทุกรอบ ปราบมาหมดทุกลีกแล้ว ก็ย่อมเป็นอะไรที่น่าเกรงขามอยู่พอสมควร แต่กระนั้นแล้ว ความไม่ประมาท ที่ทั้งโค้ชและ “บิ๊กฮั่น” ได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ทำให้ขุนพลกว่างโซ้งมหาภัยใช้ทุกอย่างที่นักฟุตบอลอาชีพควรจะมี ลงไปเล่นอย่างเต็มที่ และมีสปิริตนักกีฬา เป็นเกมที่แม้ว่าสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดจะเอาชนะเจ้าบ้านไปได้ด้วยผลการแข่งขันอันท่วมท้น  5-0 แต่บรรยากาศในสนามในวันนั้นมันกลายเป็นวันที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ทั้งผลการแข่งขันของฝั่งทีมเยือนและความภาคภูมิใจของสาวกกอและพิฆาตที่ทีมของพวกเขาสามารถทำผลงานก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ แม้จะเป็นเชียงราย อาคันตุกะที่เคยฟาดฟันกันในลีกภูมิภาคเมื่อหลายปีก่อน เป็นทีมที่ได้ไปต่อ

รอบ 4 ทีมสุดท้าย

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่า, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 4 สมัย, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี 4 ทีมสุดท้าย ที่มาถึงจุดนี้ได้ ความยากง่ายก็คงไม่ต่างกันมากแล้ว เนื่องจากต้องลงเตะกันที่สนามกลาง(กรุงเทพมหานคร) ไม่มีใครสามารถครองความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้านได้ เนื่องจากไม่ใช่ทีมในเมืองหลวงเลยสักทีม
และผลการจับสลาก ที่ “ผอ.ปั๋น” ชิตวัน ชินอนุวัฒน์นั้นคว้าลูกปิงปองสลากขึ้นมาได้ก็คือ เป็นทีมเยือนในคู่ที่ 1 ในขณะที่ความเป็นไปได้คือ จะไม่ได้พบกับศรีสะเกษ เอฟซี ที่จับได้เป็นคู่ที่ 2 นั่งรอคู่แข่งอีกทีมเช่นกัน และเป็น “เสี่ยฟลุ๊ค” ธนวัชร์ นิติกาญจนา ที่ขึ้นจับเป็นทีมที่ 3 แล้วก็ใช่ … ราชบุรี พบ เชียงราย ซึ่งอีกคู่จะเป็นการพบกันระหว่าง ศรีสะเกษ พบ บุรีรัมย์

หลังจากทราบผลการจับสลาก  ทางด้าน “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็ได้กล่าวกับทีมงานสั้นๆ ว่า “ต้องไม่ประมาทก็พอครับ”

และนี่คือทรรศนะรอบรองชนะเลิศจาก “ผอ.ปั๋น” ชิตวัน  ชินอนุวัฒน์  ผู้อำนวยการสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ตัวแทนสโมสรผู้เข้าร่วมจับสลากในครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์กับทีมงาน

“การพบกับราชบุรี มิตรผล มันไม่ใช่งานง่ายเลยสักครั้ง มันเป็นศึกสีส้มที่ยิ่งใหญ่มาโดยตลอด ราชบุรีเขามีทีมที่ดีมาก มีระบบการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยิ่งตอนนี้มีการนำโค้ชต่างชาติรายใหม่เข้ามา ซึ่งยังไม่เปิดตัวในตอนนี้”

“แน่นอน เราไม่สามารถรู้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรภายในทีมของเขา ทั้งวิธีการเล่น และระบบการเล่น “

“แต่เราจะทุ่มเท เราเน้นกับรายการนี้มาก เราอยากจะเข้ารอบชิงชนะเลิศและต่อยอดความสำเร็จให้ได้ เพื่อให้ได้กลับไปสัมผัสฟุตบอลระดับทวีปอีกครั้ง สำหรับการพบราชบุรีที่ผ่านมา ถึงแม้เราจะท๊อปฟอร์มหรือฟอร์มตก หรือแม้กระทั่งราชบุรีจะฟอร์มตกหรือร้อนแรงนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราจะไม่ยอมเพรี่ยงพร้ำเสียสถิติการไม่แพ้ราชบุรี และเราหวังว่าจะรักษาสถิติอันยอดเยี่ยมนี้ต่อไปให้ได้ครับ”

ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้อำนวยการสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด กล่าวทิ้งท้าย

และทั้งหมดนี้เป็นเส้นทางหลังจากการสร้างความสำเร็จแรกให้สโมสรได้เมื่อปีที่แล้วจากรายการนี้ และตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงรอบนี้ รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทางก็ไม่ใช่งานง่ายเลย แต่เวทีนี้ ผู้ครองบัลลังค์ต้องไม่แพ้ใคร เราจะสามารถก้าวไปเป็นทีมที่ลงเตะในเกมนัดท้ายสุดของฤดูกาลแข่งขันได้หรือไม่ จะสามารถคว้าถ้วยรางวัลแชมป์ใบสุดท้ายของปีได้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ทีมที่ต้องสู้เพียงลำพัง อีกไม่ไกล พวกเราชาวเชียงราย “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” รู้ดี

“มันไม่ใส แต่มันก็ไม่ได้ขุ่น” กับเส้นทางลุ้นแชมป์ปีนี้

#เรามาช่วยกันต่อยอดความสำเร็จไปด้วยกัน

 

ภาพข่าวจากเพจ : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

@ By Chaiwat

 

ลิงค์ที่น่าสนใจ

Copyright © 2016 - 2018 Power By : tdedballsod.com All Rights Reserved.